การเปลี่ยนเกียร์ 8 อัตราทดด้วยความว่องไวราวสายฟ้าแลบของระบบอิเล็กทรอนิกส์ในรถ F1 มีความแม่นยำและไวถึง 1/10,000 วินาที ทำให้การสูญเสียพลังงานในรูปของแรงบิดที่ถูกส่งไปยังล้อคู่หลังแทบจะใช้เครื่องมือตรวจวัดไม่ได้ และเมื่อเปลี่ยนเกียร์ขึ้นสู่เกียร์สูง นักขับแทบจะไม่รู้สึกถึงแรงกระชากที่เกิดขึ้นขณะกลไกของชุดส่งกำลังหมุนทดอย่างต่อเนื่อง ความเร็วดังกล่าวเกิดขึ้นจากการกดปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย ปุ่มควบคุมต่างๆ ประมาณ 30 ปุ่ม บนพวงมาลัยของรถแข่ง Formula 1 มีทั้งใช้หมุนและกด ปุ่มเหล่านี้ผ่านการออกแบบและทดสอบอย่างหนัก เพื่อให้มันทำหน้าที่ควบคุมระบบต่างๆ ของรถแข่งได้ราวกับนักมายากล การปรับเปลี่ยนโหมดควบคุมเพื่อความสมดุลขณะทำการแข่งขันคือข้อได้เปรียบเสียเปรียบ อันนำมาซึ่งชัยชนะ หรือความพ่ายแพ้ แม้เพียงเศษเสี้ยวของวินาที รถแข่ง F1 ในทุกวันนี้มีระบบอากาศพลศาสตร์ที่ดีเยี่ยม มีเครื่องยนต์ขนาดเล็กที่ทรงพลัง มันมีเกียร์กึ่งอัตโนมัติ 8 อัตราทดที่ทำงานได้อย่างน่าอัศจรรย์ คลัตช์มือที่เบาราวกับปุยนุ่นและอื่นๆ อีกกว่า 30 รายการปรับตั้งที่ถูกใส่ลงไปบนพวงมาลัยแคฟล่าห์น่าตาประหลาดพิลึกพิลั่นนอกจาก ระบบอากาศพลศาสตร์ เครื่องยนต์ และระบบขับเคลื่อนจะถูกพัฒนาไปไกลมากแล้ว พวงมาลัยของรถแข่งความเร็วสูงเหล่านี้ ได้กลายมาเป็นนวัตกรรมใหม่ของวงการยนตรกรรม การใช้คาร์บอนไฟเบอร์แทบจะทุกจุด รวมถึงพวงมาลัยทรงเหลี่ยมช่วยให้โครงสร้างของรถ F1 กับพวงมาลัยมีน้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น คาร์บอนคอมโพสิตที่ถูกนำมาผลิตเป็นชิ้นส่วนต่างๆ ของรถ F1 มีมากถึง 85% แต่มันกลับมีค่าเฉลี่ยของน้ำหนักรถทั้งคันเพียงแค่ 30% เท่านั้น น้ำหนักรวมทั้งคันที่เบากว่ารถ ECO Car ทำให้วิศวกรของหลายทีมสามารถลดจุดศูนย์ถ่วงให้ต่ำเตี้ยลงแทบจะติดพื้น ความเบาของตัวรถจำเป็นต้องมีการถ่วงน้ำหนักเพิ่มตามกฎของ FIA เพื่อไม่ให้มีการได้เปรียบเสียเปรียบจนเกินไป พวงมาลัยที่ใช้การกดเบาๆ เพียงครั้งเดียวก็สามารถถอดออกได้ง่ายๆ ช่วยในเรื่องของความสะดวกขณะนักขับก้าวลงไปยัง Cockpit ที่เล็กกว่ากล่องกระดาษ เทคโนโลยีอันก้าวกระโดดของวงการ F1 มักจะมีสิ่งของอุปกรณ์ใหม่ๆ ถูกนำกลับมาใช้งานในรถบ้านอยู่เสมอ แป้นเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์หลังพวงมาลัย ซึ่งครั้งหนึ่งมีใช้เฉพาะแค่รถแข่ง F1 แต่ทุกวันนี้คุณจะเห็นแป้นดังกล่าวอยู่หลังพวงมาลัยรถยนต์รุ่นใหม่ นอกเหนือไปจากพวงมาลัยน่าตาน่าเกลียดแต่ใช้งานได้อย่างดีเยี่ยมแล้ว ยังมีนวัตกรรมของเครื่องยนต์เข้ามาเกี่ยวข้อง เครื่องยนต์ 2.4 ลิตร สร้างตามกฎข้อบังคับของ FIA สร้างแรงม้าได้มากถึง 750 ตัว กำลังส่วนใหญ่ของเครื่องยนต์รถแข่ง F1 จะมาในรอบสูงถึง 13,500 รอบต่อนาทีลองมาดูกันว่า ในวงพวงมาลัยของรถ F1 เหล่านี้ มีปุ่มที่ใช้สำหรับทำอะไรบ้าง บางปุ่มแทบจะไม่ถูกใช้งานเลย แต่กลับกัน บางปุ่มหากหยุดการทำงาน หรือล้มเหลว อาจทำให้รถแข่งคันนั้นต้องมีอันออกจากการแข่งขันไปเลยก็ได้VDOSkip 10 Presterปุ่มวิเศษที่ทำให้นักขับไปสู่ค่าที่ต้องการได้ โดยมันจะอัพโหลดเร็วขึ้นถึง 10 เท่าNeutral Gearปุ่มควบคุมความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สำหรับการวิ่งเข้าพิตเพื่อเปลี่ยนยาง หากมันไม่ทำงาน หรือกดพลาด นักขับจะโดนทำโทษทันทีที่วิ่งเข้าพิตด้วยความเร็ว ที่สูงเกินกว่ากำหนด (80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง)Lap Delta / Kers Reservoirมันไม่ใช่ปุ่ม แต่มันคือจอแสดงผลแบบมัลติฟังก์ชั่นที่มีขนาดเล็ก ใช้แสดงเวลาต่อรอบรวมถึงแสดงสถานะของระบบสำรองพลังงานหรือ KERSRev Counterไฟสัญลักษณ์แสดงความสัมพันธ์ของรอบเครื่องยนต์ กับจังหวะของการเปลี่ยนอัตราทดที่ต้องมีความสอดคล้องกันอย่างสูงสุด การเปลี่ยนเกียร์ในห้วงเวลาที่พอดีกับรอบเครื่องยนต์ ทำให้รถแข่งมีแรงบิดที่สมบูรณ์และช่วยลดเวลาต่อรอบได้อย่างน่าแปลกใจ หากนักขับใช้มันได้อย่างถูกต้องกับการแข่งขันในแต่ละสนามที่มีสภาพแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงPreset Buttonปุ่มลัดเพื่อการปรับค่าต่างๆ ของตัวรถได้ทันที ย่นระยะเวลาได้เร็วกว่าปกติเพื่อการตอบสนองอย่างว่องไวDiff Adjustปุ่มปรับเปลี่ยนความเร็วการหมุนของล้อคู่หลังซึ่งเป็นล้อขับเคลื่อน ช่วยให้เข้าโค้งได้เร็วขึ้นShift Paddleก้านเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัย มันคือนวัตกรรมของรถแข่งที่ถูกนำมาใช้ในรถสปอร์ต รวมถึงรถยนต์บางรุ่นที่ต้องการเอาอกเอาใจพวกที่ชอบขับแบบซิ่ง ช่วยเปลี่ยนเกียร์ได้เร็วแม้จะอยู่ในระหว่างการเลี้ยวโค้ง Pre Set Map Selectionสำหรับการปรับตั้งค่าต่างๆของเครื่องยนต์ให้มีการตอบสนองต่อการขับขี่ของนักแข่งคนนั้นๆPit Radio Confirmปุ่มวิทยุสื่อสารกับทีม บางครั้งการแจ้งเตือนนักขับให้ทราบถึงเวลาที่ตามหลังหรือนำ อาการของเครื่องยนต์รวมถึงระบบต่างๆ ให้นักขับได้รับรู้Clutch Paddleติดตั้งอยู่ทั้งสองข้างของวงพวงมาลัย ใช้งานได้ง่ายและเบามือSafety Car Mappingนักแข่งจะใช้ปุ่มนี้ก็ต่อเมื่อมีรถ Safety Car ออกมาวิ่ง เพื่อควบคุมความเร็วให้ถูกต้องตามกฏTorque Settingปุ่มเลือกระดับแรงบิดของตัวรถแข่ง มีตัวเลขตั้งแต่ 1-12 ระดับให้เลือกใช้ ระดับ 12 คือระดับที่สูงสุดของกำลังเครื่องยนต์ Differential Corner Entryปุ่มควบคุมการทำงานของเฟืองท้ายExcess Rotary Functionsปุ่มควบคุมการทรงตัวในโหมดการขับขี่ที่เชื่อมโยงกับสถานการณ์ของสภาพสนามในช่วงนั้นๆ มีให้เลือกทั้งเปียก แห้ง ลื่น ฯลฯBite Point Wheelปุ่มปรับการทำงานของคลัตซ์Multi Functionปรับการทำงานของจอแสดงผลขนาดเล็กบริเวณกึ่งกลางด้านบนของพวงมาลัย รวมถึงการปรับตั้งค่าของเครื่องยนต์Differentialปุ่มปรับ Differential เมื่อนักขับใช้คันเร่งหนักๆบ่อยครั้งFuel Mixปุ่มปรับการควบคุมการผสมของอากาศและเชื้อเพลิง ใช้บ่อยมากก็ยิ่งสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากขึ้นReverse Gearปุ่มใช้เกียร์ฉุกเฉินเพื่อให้วิ่งกลับ Pit ได้โดยไม่ต้องจอดข้างทางหากเกิดการผิดพลาดของระบบส่งกำลังขณะทำการแข่งขันBrake Balanceปุ่มปรับการทำงานของระบบห้ามล้อทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยนักขับสามารถเลือกปรับให้เบรกหน้า-หลังมีการทำงานที่แตกต่างกันได้Bite Point Buttonปุ่มตั้งค่าระดับการจับของชุดคลัตช์Harvest Settingปุ่มตั้งค่าระบบสำรองพลังงาน KERSKERS Buttonปุ่มกดเรียกพลังงานสำรองเพื่อนำออกมาใช้ มีกฎข้อบังคับของ FIA ให้ใช้ได้ในบางจุดเท่านั้นสำหรับการเร่งความเร็วแบบฉุกเฉินเพื่อแซงVDOอาคม รวมสุวรรณE-Mail chang.arcom@thairath.co.thFacebook https://www.facebook.com/chang.arcom
Monday, January 21, 2013
สารพัดปุ่มบนพวงมาลัย F1
สารพัดปุ่มบนพวงมาลัย F1
การเปลี่ยนเกียร์ 8 อัตราทดด้วยความว่องไวราวสายฟ้าแลบของระบบอิเล็กทรอนิกส์ในรถ F1 มีความแม่นยำและไวถึง 1/10,000 วินาที ทำให้การสูญเสียพลังงานในรูปของแรงบิดที่ถูกส่งไปยังล้อคู่หลังแทบจะใช้เครื่องมือตรวจวัดไม่ได้ และเมื่อเปลี่ยนเกียร์ขึ้นสู่เกียร์สูง นักขับแทบจะไม่รู้สึกถึงแรงกระชากที่เกิดขึ้นขณะกลไกของชุดส่งกำลังหมุนทดอย่างต่อเนื่อง ความเร็วดังกล่าวเกิดขึ้นจากการกดปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย ปุ่มควบคุมต่างๆ ประมาณ 30 ปุ่ม บนพวงมาลัยของรถแข่ง Formula 1 มีทั้งใช้หมุนและกด ปุ่มเหล่านี้ผ่านการออกแบบและทดสอบอย่างหนัก เพื่อให้มันทำหน้าที่ควบคุมระบบต่างๆ ของรถแข่งได้ราวกับนักมายากล การปรับเปลี่ยนโหมดควบคุมเพื่อความสมดุลขณะทำการแข่งขันคือข้อได้เปรียบเสียเปรียบ อันนำมาซึ่งชัยชนะ หรือความพ่ายแพ้ แม้เพียงเศษเสี้ยวของวินาที รถแข่ง F1 ในทุกวันนี้มีระบบอากาศพลศาสตร์ที่ดีเยี่ยม มีเครื่องยนต์ขนาดเล็กที่ทรงพลัง มันมีเกียร์กึ่งอัตโนมัติ 8 อัตราทดที่ทำงานได้อย่างน่าอัศจรรย์ คลัตช์มือที่เบาราวกับปุยนุ่นและอื่นๆ อีกกว่า 30 รายการปรับตั้งที่ถูกใส่ลงไปบนพวงมาลัยแคฟล่าห์น่าตาประหลาดพิลึกพิลั่นนอกจาก ระบบอากาศพลศาสตร์ เครื่องยนต์ และระบบขับเคลื่อนจะถูกพัฒนาไปไกลมากแล้ว พวงมาลัยของรถแข่งความเร็วสูงเหล่านี้ ได้กลายมาเป็นนวัตกรรมใหม่ของวงการยนตรกรรม การใช้คาร์บอนไฟเบอร์แทบจะทุกจุด รวมถึงพวงมาลัยทรงเหลี่ยมช่วยให้โครงสร้างของรถ F1 กับพวงมาลัยมีน้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น คาร์บอนคอมโพสิตที่ถูกนำมาผลิตเป็นชิ้นส่วนต่างๆ ของรถ F1 มีมากถึง 85% แต่มันกลับมีค่าเฉลี่ยของน้ำหนักรถทั้งคันเพียงแค่ 30% เท่านั้น น้ำหนักรวมทั้งคันที่เบากว่ารถ ECO Car ทำให้วิศวกรของหลายทีมสามารถลดจุดศูนย์ถ่วงให้ต่ำเตี้ยลงแทบจะติดพื้น ความเบาของตัวรถจำเป็นต้องมีการถ่วงน้ำหนักเพิ่มตามกฎของ FIA เพื่อไม่ให้มีการได้เปรียบเสียเปรียบจนเกินไป พวงมาลัยที่ใช้การกดเบาๆ เพียงครั้งเดียวก็สามารถถอดออกได้ง่ายๆ ช่วยในเรื่องของความสะดวกขณะนักขับก้าวลงไปยัง Cockpit ที่เล็กกว่ากล่องกระดาษ เทคโนโลยีอันก้าวกระโดดของวงการ F1 มักจะมีสิ่งของอุปกรณ์ใหม่ๆ ถูกนำกลับมาใช้งานในรถบ้านอยู่เสมอ แป้นเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์หลังพวงมาลัย ซึ่งครั้งหนึ่งมีใช้เฉพาะแค่รถแข่ง F1 แต่ทุกวันนี้คุณจะเห็นแป้นดังกล่าวอยู่หลังพวงมาลัยรถยนต์รุ่นใหม่ นอกเหนือไปจากพวงมาลัยน่าตาน่าเกลียดแต่ใช้งานได้อย่างดีเยี่ยมแล้ว ยังมีนวัตกรรมของเครื่องยนต์เข้ามาเกี่ยวข้อง เครื่องยนต์ 2.4 ลิตร สร้างตามกฎข้อบังคับของ FIA สร้างแรงม้าได้มากถึง 750 ตัว กำลังส่วนใหญ่ของเครื่องยนต์รถแข่ง F1 จะมาในรอบสูงถึง 13,500 รอบต่อนาทีลองมาดูกันว่า ในวงพวงมาลัยของรถ F1 เหล่านี้ มีปุ่มที่ใช้สำหรับทำอะไรบ้าง บางปุ่มแทบจะไม่ถูกใช้งานเลย แต่กลับกัน บางปุ่มหากหยุดการทำงาน หรือล้มเหลว อาจทำให้รถแข่งคันนั้นต้องมีอันออกจากการแข่งขันไปเลยก็ได้VDOSkip 10 Presterปุ่มวิเศษที่ทำให้นักขับไปสู่ค่าที่ต้องการได้ โดยมันจะอัพโหลดเร็วขึ้นถึง 10 เท่าNeutral Gearปุ่มควบคุมความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สำหรับการวิ่งเข้าพิตเพื่อเปลี่ยนยาง หากมันไม่ทำงาน หรือกดพลาด นักขับจะโดนทำโทษทันทีที่วิ่งเข้าพิตด้วยความเร็ว ที่สูงเกินกว่ากำหนด (80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง)Lap Delta / Kers Reservoirมันไม่ใช่ปุ่ม แต่มันคือจอแสดงผลแบบมัลติฟังก์ชั่นที่มีขนาดเล็ก ใช้แสดงเวลาต่อรอบรวมถึงแสดงสถานะของระบบสำรองพลังงานหรือ KERSRev Counterไฟสัญลักษณ์แสดงความสัมพันธ์ของรอบเครื่องยนต์ กับจังหวะของการเปลี่ยนอัตราทดที่ต้องมีความสอดคล้องกันอย่างสูงสุด การเปลี่ยนเกียร์ในห้วงเวลาที่พอดีกับรอบเครื่องยนต์ ทำให้รถแข่งมีแรงบิดที่สมบูรณ์และช่วยลดเวลาต่อรอบได้อย่างน่าแปลกใจ หากนักขับใช้มันได้อย่างถูกต้องกับการแข่งขันในแต่ละสนามที่มีสภาพแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงPreset Buttonปุ่มลัดเพื่อการปรับค่าต่างๆ ของตัวรถได้ทันที ย่นระยะเวลาได้เร็วกว่าปกติเพื่อการตอบสนองอย่างว่องไวDiff Adjustปุ่มปรับเปลี่ยนความเร็วการหมุนของล้อคู่หลังซึ่งเป็นล้อขับเคลื่อน ช่วยให้เข้าโค้งได้เร็วขึ้นShift Paddleก้านเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัย มันคือนวัตกรรมของรถแข่งที่ถูกนำมาใช้ในรถสปอร์ต รวมถึงรถยนต์บางรุ่นที่ต้องการเอาอกเอาใจพวกที่ชอบขับแบบซิ่ง ช่วยเปลี่ยนเกียร์ได้เร็วแม้จะอยู่ในระหว่างการเลี้ยวโค้ง Pre Set Map Selectionสำหรับการปรับตั้งค่าต่างๆของเครื่องยนต์ให้มีการตอบสนองต่อการขับขี่ของนักแข่งคนนั้นๆPit Radio Confirmปุ่มวิทยุสื่อสารกับทีม บางครั้งการแจ้งเตือนนักขับให้ทราบถึงเวลาที่ตามหลังหรือนำ อาการของเครื่องยนต์รวมถึงระบบต่างๆ ให้นักขับได้รับรู้Clutch Paddleติดตั้งอยู่ทั้งสองข้างของวงพวงมาลัย ใช้งานได้ง่ายและเบามือSafety Car Mappingนักแข่งจะใช้ปุ่มนี้ก็ต่อเมื่อมีรถ Safety Car ออกมาวิ่ง เพื่อควบคุมความเร็วให้ถูกต้องตามกฏTorque Settingปุ่มเลือกระดับแรงบิดของตัวรถแข่ง มีตัวเลขตั้งแต่ 1-12 ระดับให้เลือกใช้ ระดับ 12 คือระดับที่สูงสุดของกำลังเครื่องยนต์ Differential Corner Entryปุ่มควบคุมการทำงานของเฟืองท้ายExcess Rotary Functionsปุ่มควบคุมการทรงตัวในโหมดการขับขี่ที่เชื่อมโยงกับสถานการณ์ของสภาพสนามในช่วงนั้นๆ มีให้เลือกทั้งเปียก แห้ง ลื่น ฯลฯBite Point Wheelปุ่มปรับการทำงานของคลัตซ์Multi Functionปรับการทำงานของจอแสดงผลขนาดเล็กบริเวณกึ่งกลางด้านบนของพวงมาลัย รวมถึงการปรับตั้งค่าของเครื่องยนต์Differentialปุ่มปรับ Differential เมื่อนักขับใช้คันเร่งหนักๆบ่อยครั้งFuel Mixปุ่มปรับการควบคุมการผสมของอากาศและเชื้อเพลิง ใช้บ่อยมากก็ยิ่งสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากขึ้นReverse Gearปุ่มใช้เกียร์ฉุกเฉินเพื่อให้วิ่งกลับ Pit ได้โดยไม่ต้องจอดข้างทางหากเกิดการผิดพลาดของระบบส่งกำลังขณะทำการแข่งขันBrake Balanceปุ่มปรับการทำงานของระบบห้ามล้อทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยนักขับสามารถเลือกปรับให้เบรกหน้า-หลังมีการทำงานที่แตกต่างกันได้Bite Point Buttonปุ่มตั้งค่าระดับการจับของชุดคลัตช์Harvest Settingปุ่มตั้งค่าระบบสำรองพลังงาน KERSKERS Buttonปุ่มกดเรียกพลังงานสำรองเพื่อนำออกมาใช้ มีกฎข้อบังคับของ FIA ให้ใช้ได้ในบางจุดเท่านั้นสำหรับการเร่งความเร็วแบบฉุกเฉินเพื่อแซงVDOอาคม รวมสุวรรณE-Mail chang.arcom@thairath.co.thFacebook https://www.facebook.com/chang.arcom
การเปลี่ยนเกียร์ 8 อัตราทดด้วยความว่องไวราวสายฟ้าแลบของระบบอิเล็กทรอนิกส์ในรถ F1 มีความแม่นยำและไวถึง 1/10,000 วินาที ทำให้การสูญเสียพลังงานในรูปของแรงบิดที่ถูกส่งไปยังล้อคู่หลังแทบจะใช้เครื่องมือตรวจวัดไม่ได้ และเมื่อเปลี่ยนเกียร์ขึ้นสู่เกียร์สูง นักขับแทบจะไม่รู้สึกถึงแรงกระชากที่เกิดขึ้นขณะกลไกของชุดส่งกำลังหมุนทดอย่างต่อเนื่อง ความเร็วดังกล่าวเกิดขึ้นจากการกดปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย ปุ่มควบคุมต่างๆ ประมาณ 30 ปุ่ม บนพวงมาลัยของรถแข่ง Formula 1 มีทั้งใช้หมุนและกด ปุ่มเหล่านี้ผ่านการออกแบบและทดสอบอย่างหนัก เพื่อให้มันทำหน้าที่ควบคุมระบบต่างๆ ของรถแข่งได้ราวกับนักมายากล การปรับเปลี่ยนโหมดควบคุมเพื่อความสมดุลขณะทำการแข่งขันคือข้อได้เปรียบเสียเปรียบ อันนำมาซึ่งชัยชนะ หรือความพ่ายแพ้ แม้เพียงเศษเสี้ยวของวินาที รถแข่ง F1 ในทุกวันนี้มีระบบอากาศพลศาสตร์ที่ดีเยี่ยม มีเครื่องยนต์ขนาดเล็กที่ทรงพลัง มันมีเกียร์กึ่งอัตโนมัติ 8 อัตราทดที่ทำงานได้อย่างน่าอัศจรรย์ คลัตช์มือที่เบาราวกับปุยนุ่นและอื่นๆ อีกกว่า 30 รายการปรับตั้งที่ถูกใส่ลงไปบนพวงมาลัยแคฟล่าห์น่าตาประหลาดพิลึกพิลั่นนอกจาก ระบบอากาศพลศาสตร์ เครื่องยนต์ และระบบขับเคลื่อนจะถูกพัฒนาไปไกลมากแล้ว พวงมาลัยของรถแข่งความเร็วสูงเหล่านี้ ได้กลายมาเป็นนวัตกรรมใหม่ของวงการยนตรกรรม การใช้คาร์บอนไฟเบอร์แทบจะทุกจุด รวมถึงพวงมาลัยทรงเหลี่ยมช่วยให้โครงสร้างของรถ F1 กับพวงมาลัยมีน้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น คาร์บอนคอมโพสิตที่ถูกนำมาผลิตเป็นชิ้นส่วนต่างๆ ของรถ F1 มีมากถึง 85% แต่มันกลับมีค่าเฉลี่ยของน้ำหนักรถทั้งคันเพียงแค่ 30% เท่านั้น น้ำหนักรวมทั้งคันที่เบากว่ารถ ECO Car ทำให้วิศวกรของหลายทีมสามารถลดจุดศูนย์ถ่วงให้ต่ำเตี้ยลงแทบจะติดพื้น ความเบาของตัวรถจำเป็นต้องมีการถ่วงน้ำหนักเพิ่มตามกฎของ FIA เพื่อไม่ให้มีการได้เปรียบเสียเปรียบจนเกินไป พวงมาลัยที่ใช้การกดเบาๆ เพียงครั้งเดียวก็สามารถถอดออกได้ง่ายๆ ช่วยในเรื่องของความสะดวกขณะนักขับก้าวลงไปยัง Cockpit ที่เล็กกว่ากล่องกระดาษ เทคโนโลยีอันก้าวกระโดดของวงการ F1 มักจะมีสิ่งของอุปกรณ์ใหม่ๆ ถูกนำกลับมาใช้งานในรถบ้านอยู่เสมอ แป้นเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์หลังพวงมาลัย ซึ่งครั้งหนึ่งมีใช้เฉพาะแค่รถแข่ง F1 แต่ทุกวันนี้คุณจะเห็นแป้นดังกล่าวอยู่หลังพวงมาลัยรถยนต์รุ่นใหม่ นอกเหนือไปจากพวงมาลัยน่าตาน่าเกลียดแต่ใช้งานได้อย่างดีเยี่ยมแล้ว ยังมีนวัตกรรมของเครื่องยนต์เข้ามาเกี่ยวข้อง เครื่องยนต์ 2.4 ลิตร สร้างตามกฎข้อบังคับของ FIA สร้างแรงม้าได้มากถึง 750 ตัว กำลังส่วนใหญ่ของเครื่องยนต์รถแข่ง F1 จะมาในรอบสูงถึง 13,500 รอบต่อนาทีลองมาดูกันว่า ในวงพวงมาลัยของรถ F1 เหล่านี้ มีปุ่มที่ใช้สำหรับทำอะไรบ้าง บางปุ่มแทบจะไม่ถูกใช้งานเลย แต่กลับกัน บางปุ่มหากหยุดการทำงาน หรือล้มเหลว อาจทำให้รถแข่งคันนั้นต้องมีอันออกจากการแข่งขันไปเลยก็ได้VDOSkip 10 Presterปุ่มวิเศษที่ทำให้นักขับไปสู่ค่าที่ต้องการได้ โดยมันจะอัพโหลดเร็วขึ้นถึง 10 เท่าNeutral Gearปุ่มควบคุมความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สำหรับการวิ่งเข้าพิตเพื่อเปลี่ยนยาง หากมันไม่ทำงาน หรือกดพลาด นักขับจะโดนทำโทษทันทีที่วิ่งเข้าพิตด้วยความเร็ว ที่สูงเกินกว่ากำหนด (80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง)Lap Delta / Kers Reservoirมันไม่ใช่ปุ่ม แต่มันคือจอแสดงผลแบบมัลติฟังก์ชั่นที่มีขนาดเล็ก ใช้แสดงเวลาต่อรอบรวมถึงแสดงสถานะของระบบสำรองพลังงานหรือ KERSRev Counterไฟสัญลักษณ์แสดงความสัมพันธ์ของรอบเครื่องยนต์ กับจังหวะของการเปลี่ยนอัตราทดที่ต้องมีความสอดคล้องกันอย่างสูงสุด การเปลี่ยนเกียร์ในห้วงเวลาที่พอดีกับรอบเครื่องยนต์ ทำให้รถแข่งมีแรงบิดที่สมบูรณ์และช่วยลดเวลาต่อรอบได้อย่างน่าแปลกใจ หากนักขับใช้มันได้อย่างถูกต้องกับการแข่งขันในแต่ละสนามที่มีสภาพแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงPreset Buttonปุ่มลัดเพื่อการปรับค่าต่างๆ ของตัวรถได้ทันที ย่นระยะเวลาได้เร็วกว่าปกติเพื่อการตอบสนองอย่างว่องไวDiff Adjustปุ่มปรับเปลี่ยนความเร็วการหมุนของล้อคู่หลังซึ่งเป็นล้อขับเคลื่อน ช่วยให้เข้าโค้งได้เร็วขึ้นShift Paddleก้านเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัย มันคือนวัตกรรมของรถแข่งที่ถูกนำมาใช้ในรถสปอร์ต รวมถึงรถยนต์บางรุ่นที่ต้องการเอาอกเอาใจพวกที่ชอบขับแบบซิ่ง ช่วยเปลี่ยนเกียร์ได้เร็วแม้จะอยู่ในระหว่างการเลี้ยวโค้ง Pre Set Map Selectionสำหรับการปรับตั้งค่าต่างๆของเครื่องยนต์ให้มีการตอบสนองต่อการขับขี่ของนักแข่งคนนั้นๆPit Radio Confirmปุ่มวิทยุสื่อสารกับทีม บางครั้งการแจ้งเตือนนักขับให้ทราบถึงเวลาที่ตามหลังหรือนำ อาการของเครื่องยนต์รวมถึงระบบต่างๆ ให้นักขับได้รับรู้Clutch Paddleติดตั้งอยู่ทั้งสองข้างของวงพวงมาลัย ใช้งานได้ง่ายและเบามือSafety Car Mappingนักแข่งจะใช้ปุ่มนี้ก็ต่อเมื่อมีรถ Safety Car ออกมาวิ่ง เพื่อควบคุมความเร็วให้ถูกต้องตามกฏTorque Settingปุ่มเลือกระดับแรงบิดของตัวรถแข่ง มีตัวเลขตั้งแต่ 1-12 ระดับให้เลือกใช้ ระดับ 12 คือระดับที่สูงสุดของกำลังเครื่องยนต์ Differential Corner Entryปุ่มควบคุมการทำงานของเฟืองท้ายExcess Rotary Functionsปุ่มควบคุมการทรงตัวในโหมดการขับขี่ที่เชื่อมโยงกับสถานการณ์ของสภาพสนามในช่วงนั้นๆ มีให้เลือกทั้งเปียก แห้ง ลื่น ฯลฯBite Point Wheelปุ่มปรับการทำงานของคลัตซ์Multi Functionปรับการทำงานของจอแสดงผลขนาดเล็กบริเวณกึ่งกลางด้านบนของพวงมาลัย รวมถึงการปรับตั้งค่าของเครื่องยนต์Differentialปุ่มปรับ Differential เมื่อนักขับใช้คันเร่งหนักๆบ่อยครั้งFuel Mixปุ่มปรับการควบคุมการผสมของอากาศและเชื้อเพลิง ใช้บ่อยมากก็ยิ่งสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากขึ้นReverse Gearปุ่มใช้เกียร์ฉุกเฉินเพื่อให้วิ่งกลับ Pit ได้โดยไม่ต้องจอดข้างทางหากเกิดการผิดพลาดของระบบส่งกำลังขณะทำการแข่งขันBrake Balanceปุ่มปรับการทำงานของระบบห้ามล้อทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยนักขับสามารถเลือกปรับให้เบรกหน้า-หลังมีการทำงานที่แตกต่างกันได้Bite Point Buttonปุ่มตั้งค่าระดับการจับของชุดคลัตช์Harvest Settingปุ่มตั้งค่าระบบสำรองพลังงาน KERSKERS Buttonปุ่มกดเรียกพลังงานสำรองเพื่อนำออกมาใช้ มีกฎข้อบังคับของ FIA ให้ใช้ได้ในบางจุดเท่านั้นสำหรับการเร่งความเร็วแบบฉุกเฉินเพื่อแซงVDOอาคม รวมสุวรรณE-Mail chang.arcom@thairath.co.thFacebook https://www.facebook.com/chang.arcom
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
Blog Archive
-
▼
2013
(246)
-
▼
January
(57)
- ไปเที่ยว-ไปดู-ไปรู้-ไปเล่น
- วงแหวนแห่งความลับ นวัตกรรมคุมกำเนิด ผู้หญิงมั่นใจไ...
- ลองของแพง LEXUS LS460L (ตอนที่2)
- ไฮโซรุ่นเล็กรุ่นเก๋าคับคั่งงานปาร์ตี้ มายแฟร์เลดี้
- NEW FOCUS EURO NCAP CRASH TEST
- มงคลรับตรุษจีน ช็อปปิ้งเฮงๆ รับปี งูเล็ก
- ดาวเลย ทุ่ง จักรวาล ดาวเรือง...!
- Mini greenhouse: Grows on you
- ท้าแดดร้อนแรง เบิกบานสดใสพร้อมเครื่องประดับ Pandora
- เดินช้า...ช้า บนภูกระดึง
- คืนข้ามปีที่เคปทาวน์
- ยึดอาชีพขายหนูนาย่างสร้างรายได้
- เซเลบคับคั่ง! ชิม เบอร์เกอร์ คิง เฟรนช์ ชิคเก้น เม...
- กระเป๋า 4 มิติ โดราเอมอน ทูตการ์ตูนแมวแห่งตำนาน
- 3 สุดยอดนวัตกรรม ลดหุ่น สลายไขมันแห่งปี
- Dining Twists @ Another Hound Café
- ประมวลอลังการงานหมั้นไฮโซ ‘พัชรี-โสฬส’
- สุดยอด! โลโม่ The Lomography Smartphone Film Scann...
- ดอยสุเทพ : พระธาตุสุกสกาว
- เดินช้า...ช้า บนภูกระดึง
- คืนข้ามปีที่เคปทาวน์
- ศรินญา มหาดำรงค์กุล ใช้ทุกนาทีให้คุ้มค่ากับโอกาสที...
- สตรีหมายเลข 1 สหรัฐโฉมใหม่ งัดชุดเก่า ร่วมงานฉลองปธน.
- อดีตเลขาฯอาเซียนกระตุ้นเตือนไทย วาระเร่งด่วนอยู่รอ...
- สารพัดปุ่มบนพวงมาลัย F1
- ท่องโลกด้วยกระเป๋าชาติอิตาลี หรูดีตามสไตล์ Bric’s ...
- ฉีกทุกสัมผัสความแรง อัลบา ออโต้ สปอร์ต ลิมิเต็ด อิ...
- ห้อง 2 สไตล์ Mood&Tone สร้างอารมณ์ของแต่งบ้าน
- เสิร์ฟเค้กมาม่อนสูตรเด็ดแดนฟิลิปปินส์ อร่อยง่ายราค...
- สง่างามดั่งจันทรา สุดยอดนาฬิกาสำหรับสตรีแห่งยุค
- นกกางเขนบ้าน
- ดอกไม้หวาน บนดอยสูง
- เคล็ดลับเที่ยว 900 ปี มหาศิลานคร
- นกกางเขนบ้าน
- ดอกไม้หวาน บนดอยสูง
- เคล็ดลับเที่ยว 900 ปี มหาศิลานคร
- ป่าฝนผืนนี้ มี ไว้เพื่อขาย!
- น้องปูเป้ สาวราชภัฏฯคว้านางสาวเชียงใหม่ 2556
- TOYOTA MOTOR SPORT GmbH การกลับมาของจอมโหด (ตอนที่2)
- FUN TO DRIVE BY TOYOTA GT86
- เลี้ยงจุลินทรีย์ เพื่อสุขภาพลำไส้ เพื่อชีวิตที่ดีย...
- ถอดรหัส 12 นักษัตร วันที่ 7-13 ม.ค. 2556 โดยซินแสโจ้
- ไซโกร่วมเปิดตำนานเรือนเวลาเขี้ยวปิศาจรับปี 2013
- โคตรกุ้ง ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ท่าน้ำแคราย
- อึ้ง!! สำรวจคนไทยร้อยละ 39 มีความสุขกับชีวิตน้อยลง
- ดิบ ดุ แต่ดูดี THE WAREHOUSE BANGKOK
- โอรีโอ แลนด์ ดินแดนความสุข ชวนเที่ยววันเด็กแห่งชาติ
- รับโพสต์ไม่สังฆกรรม ช่อง 3 จริง วิทยากรดัง รายการช...
- บรื๋อ! หนาว10 องศา ชมมหัศจรรย์ ดอกไพรีทรัม บานครั้...
- ย้อนเวลาสีขาว แต่งห้องกลิ่นอายยุโรป
- ประมวลภาพคนดังกับความอลังการ Grand Opening Samsung...
- ถอดรหัส 12 นักษัตร วันที่ 31 ธ.ค.2555 - 6 ม.ค.2556...
- เก่าแต่เก๋า บันทึกลุงหนวด ต่ออายุให้ปฏิทินค้างปี
- เพื่อนสนิทแสนรู้ใจ คู่ซี้ 2 เซเลบฯ วิสาขา หงสนันทน...
- รวมเรื่องสุดสยิว 10 อันดับแห่งปี 2555 (ตอนที่ 2)
- ตะลอนถิ่น สุดสะแนน ฟาร์ม จิม ทอมป์สัน วันลมหนาวมาเ...
- ไอ้เล็กตัวร้าย MAZDA MX-5 GT
-
▼
January
(57)
No comments:
Post a Comment