"แวะหน่อยมั้ย ไหนๆ ก็มาทางนี้" คุยกับเพื่อนร่วมทางระหว่างที่ผ่านลานจอดรถ วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร เพื่อมุ่งสู่บ้านม้งขุนช่างเคี่ยน "ก็ได้นะ ไม่ได้ขึ้นไปไหว้พระที่นี่นานมาก" คุณเพื่อนขานรับทันที ขากลับออกมา เลยพระตำหนักภูพิงคฯ ที่อุดมไปด้วยดอกไม้งาม ได้ไม่ไกลนัก ก็เริ่มเห็นรถจอดริมถนน ฉันเลยบอกให้เพื่อนจอดเลย เพราะเห็นแบบนี้ ลานจอดรถเต็มแน่ๆ ขนาดไปแทบจะกลางสัปดาห์แล้วนะเนี่ย หลังจากได้ที่จอดริมถนน ไม่ไกลจากทางขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพมากนัก ก็ต้องตะลึงตึงตึง ร้านขายของที่ระลึก ขายเสื้อผ้า ขายของกินปิ้งย่าง และอีกสารพัดเมนูที่ไม่ต้องนั่งกับร้าน ตั้งแต่ขนมครก ยันสตรอเบอร์รี่คลุกพริกเกลือ ตั้งแต่ปากทางขึ้นวัดพระธาตุทีเดียว สิ่งที่ยังเหมือนเดิม เคยเห็นอยู่ยังไงก็อย่างงั้น ก็คือบันไดพญานาค แต่ที่เปลี่ยนไป...วันนี้พญานาคสีสวยสดใสขึ้น พลุกพล่านไปด้วยนักท่องเที่ยวและพุทธศาสนิกชนที่ขึ้นไปเที่ยว หรือกราบไหว้พระ ส่วนบันไดด้านล่างๆ ยังมีพวกขายของที่ระลึกเล็กๆ น้อยๆ และเด็กน้อยชุดม้ง ที่แต่งตัวสวยมาให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปโดยได้ค่าจ้างนิดหน่อย ซึ่งเธอบอกว่าตามแต่จะให้ อ้อ...พูดภาษาอังกฤษกับนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วยนะ ไม่ธรรมดา ฉันเดินตามคนอื่นๆ ขึ้นไปบนวัด ระหว่างผ่านบันไดนาค ความคิดคำนึงถึงวันเก่าๆ ย้อนมา สมัยที่เคยขึ้นไปเยือนเมื่อหลายสิบปีก่อน บันไดพญานาคยิ่งเก่ากว่ามากนัก ค้นข้อมูลดูเห็นว่า สร้างเมื่อปี พ.ศ.2100 โดยพระมหาญาณมงคลโพธิ์ วัดอโศการาม เมืองลำพูน และได้พระครูบาศรีวิชัย ตนบุญแห่งล้านนา ร่วมกับชาวบ้านช่วยกันสร้างถนนขึ้นสู่วัด เพื่อให้คนขึ้นไปมนัสการพระธาตุได้สะดวกขึ้น ส่วนวัดพระธาตุดอยสุเทพฯ...จากแผ่นจารึกด้านบนวัดพระธาตุฯ ระบุว่า สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.1929 ในสมัยพระเจ้ากือนา แห่งราชวงศ์เม็งราย ซึ่งได้รับถวายพระบรมสารีริกธาตุ จากพระสุมนเถระ ที่ขุดได้จากเจดีย์ร้างเมืองศรีสัชนาลัย และพระองค์ทรงได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุองค์ใหญ่มาบรรจุไว้ที่นี่ หลังจากทรงอธิษฐานเสี่ยงช้างมงคล คราวก่อนที่ฉันได้ขึ้นไปกับเพื่อน เห็นยอดเจดีย์อยู่ระหว่างการซ่อมแซม แต่วันนี้เจดีย์สุกอร่าม ผู้คนขึ้นไปเยอะกว่ามาก บ้างกราบไหว้พระรูปต่างๆ บางส่วนก็เดินเวียนเทียนรอบองค์พระเจดีย์ ขณะที่บางส่วนมาเพื่อชมความสวยงาม เพราะมักจะพูดกันว่า ถ้าไปเชียงใหม่ แล้วไม่ได้ขึ้นไปที่วัดพระธาตุจะเหมือนไปไม่ถึงเชียงใหม่ วัดนี้เลยถูกบรรจุอยู่ในแพลนท่องเที่ยวไปด้วย เลยไม่แปลกใจที่จะเห็นกรุ๊ปทัวร์มาลง รถตู้มาจอดมากมาย และก็มีอีกอาชีพหนึ่งที่ทำรายได้ถึงบริเวณองค์พระเจดีย์ คือ รับจ้างถ่ายรูป กระจายอยู่ทั้ง 4 มุมขององค์พระธาตุ บริเวณรอบเจดีย์ มีพระพุทธรูปปางต่างๆ ประดิษฐานอยู่ นักท่องเที่ยวต่างยืนชม กราบไหว้พระ เดินเวียนเทียน เดินถ่ายรูป ดูขวักไขว่ แต่ขณะมององค์พระเจดีย์ กลับพบความสุกสกราว สงบนิ่ง เหมือนหลุดไปอีกโลกที่แสนสงบ ......................................... (ดอยสุเทพ : พระธาตุสุกสกาว : คอลัมน์ถิ่นไทยงาม)
Tuesday, January 22, 2013
ดอยสุเทพ : พระธาตุสุกสกาว
ดอยสุเทพ : พระธาตุสุกสกาว
"แวะหน่อยมั้ย ไหนๆ ก็มาทางนี้" คุยกับเพื่อนร่วมทางระหว่างที่ผ่านลานจอดรถ วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร เพื่อมุ่งสู่บ้านม้งขุนช่างเคี่ยน "ก็ได้นะ ไม่ได้ขึ้นไปไหว้พระที่นี่นานมาก" คุณเพื่อนขานรับทันที ขากลับออกมา เลยพระตำหนักภูพิงคฯ ที่อุดมไปด้วยดอกไม้งาม ได้ไม่ไกลนัก ก็เริ่มเห็นรถจอดริมถนน ฉันเลยบอกให้เพื่อนจอดเลย เพราะเห็นแบบนี้ ลานจอดรถเต็มแน่ๆ ขนาดไปแทบจะกลางสัปดาห์แล้วนะเนี่ย หลังจากได้ที่จอดริมถนน ไม่ไกลจากทางขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพมากนัก ก็ต้องตะลึงตึงตึง ร้านขายของที่ระลึก ขายเสื้อผ้า ขายของกินปิ้งย่าง และอีกสารพัดเมนูที่ไม่ต้องนั่งกับร้าน ตั้งแต่ขนมครก ยันสตรอเบอร์รี่คลุกพริกเกลือ ตั้งแต่ปากทางขึ้นวัดพระธาตุทีเดียว สิ่งที่ยังเหมือนเดิม เคยเห็นอยู่ยังไงก็อย่างงั้น ก็คือบันไดพญานาค แต่ที่เปลี่ยนไป...วันนี้พญานาคสีสวยสดใสขึ้น พลุกพล่านไปด้วยนักท่องเที่ยวและพุทธศาสนิกชนที่ขึ้นไปเที่ยว หรือกราบไหว้พระ ส่วนบันไดด้านล่างๆ ยังมีพวกขายของที่ระลึกเล็กๆ น้อยๆ และเด็กน้อยชุดม้ง ที่แต่งตัวสวยมาให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปโดยได้ค่าจ้างนิดหน่อย ซึ่งเธอบอกว่าตามแต่จะให้ อ้อ...พูดภาษาอังกฤษกับนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วยนะ ไม่ธรรมดา ฉันเดินตามคนอื่นๆ ขึ้นไปบนวัด ระหว่างผ่านบันไดนาค ความคิดคำนึงถึงวันเก่าๆ ย้อนมา สมัยที่เคยขึ้นไปเยือนเมื่อหลายสิบปีก่อน บันไดพญานาคยิ่งเก่ากว่ามากนัก ค้นข้อมูลดูเห็นว่า สร้างเมื่อปี พ.ศ.2100 โดยพระมหาญาณมงคลโพธิ์ วัดอโศการาม เมืองลำพูน และได้พระครูบาศรีวิชัย ตนบุญแห่งล้านนา ร่วมกับชาวบ้านช่วยกันสร้างถนนขึ้นสู่วัด เพื่อให้คนขึ้นไปมนัสการพระธาตุได้สะดวกขึ้น ส่วนวัดพระธาตุดอยสุเทพฯ...จากแผ่นจารึกด้านบนวัดพระธาตุฯ ระบุว่า สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.1929 ในสมัยพระเจ้ากือนา แห่งราชวงศ์เม็งราย ซึ่งได้รับถวายพระบรมสารีริกธาตุ จากพระสุมนเถระ ที่ขุดได้จากเจดีย์ร้างเมืองศรีสัชนาลัย และพระองค์ทรงได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุองค์ใหญ่มาบรรจุไว้ที่นี่ หลังจากทรงอธิษฐานเสี่ยงช้างมงคล คราวก่อนที่ฉันได้ขึ้นไปกับเพื่อน เห็นยอดเจดีย์อยู่ระหว่างการซ่อมแซม แต่วันนี้เจดีย์สุกอร่าม ผู้คนขึ้นไปเยอะกว่ามาก บ้างกราบไหว้พระรูปต่างๆ บางส่วนก็เดินเวียนเทียนรอบองค์พระเจดีย์ ขณะที่บางส่วนมาเพื่อชมความสวยงาม เพราะมักจะพูดกันว่า ถ้าไปเชียงใหม่ แล้วไม่ได้ขึ้นไปที่วัดพระธาตุจะเหมือนไปไม่ถึงเชียงใหม่ วัดนี้เลยถูกบรรจุอยู่ในแพลนท่องเที่ยวไปด้วย เลยไม่แปลกใจที่จะเห็นกรุ๊ปทัวร์มาลง รถตู้มาจอดมากมาย และก็มีอีกอาชีพหนึ่งที่ทำรายได้ถึงบริเวณองค์พระเจดีย์ คือ รับจ้างถ่ายรูป กระจายอยู่ทั้ง 4 มุมขององค์พระธาตุ บริเวณรอบเจดีย์ มีพระพุทธรูปปางต่างๆ ประดิษฐานอยู่ นักท่องเที่ยวต่างยืนชม กราบไหว้พระ เดินเวียนเทียน เดินถ่ายรูป ดูขวักไขว่ แต่ขณะมององค์พระเจดีย์ กลับพบความสุกสกราว สงบนิ่ง เหมือนหลุดไปอีกโลกที่แสนสงบ ......................................... (ดอยสุเทพ : พระธาตุสุกสกาว : คอลัมน์ถิ่นไทยงาม)
"แวะหน่อยมั้ย ไหนๆ ก็มาทางนี้" คุยกับเพื่อนร่วมทางระหว่างที่ผ่านลานจอดรถ วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร เพื่อมุ่งสู่บ้านม้งขุนช่างเคี่ยน "ก็ได้นะ ไม่ได้ขึ้นไปไหว้พระที่นี่นานมาก" คุณเพื่อนขานรับทันที ขากลับออกมา เลยพระตำหนักภูพิงคฯ ที่อุดมไปด้วยดอกไม้งาม ได้ไม่ไกลนัก ก็เริ่มเห็นรถจอดริมถนน ฉันเลยบอกให้เพื่อนจอดเลย เพราะเห็นแบบนี้ ลานจอดรถเต็มแน่ๆ ขนาดไปแทบจะกลางสัปดาห์แล้วนะเนี่ย หลังจากได้ที่จอดริมถนน ไม่ไกลจากทางขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพมากนัก ก็ต้องตะลึงตึงตึง ร้านขายของที่ระลึก ขายเสื้อผ้า ขายของกินปิ้งย่าง และอีกสารพัดเมนูที่ไม่ต้องนั่งกับร้าน ตั้งแต่ขนมครก ยันสตรอเบอร์รี่คลุกพริกเกลือ ตั้งแต่ปากทางขึ้นวัดพระธาตุทีเดียว สิ่งที่ยังเหมือนเดิม เคยเห็นอยู่ยังไงก็อย่างงั้น ก็คือบันไดพญานาค แต่ที่เปลี่ยนไป...วันนี้พญานาคสีสวยสดใสขึ้น พลุกพล่านไปด้วยนักท่องเที่ยวและพุทธศาสนิกชนที่ขึ้นไปเที่ยว หรือกราบไหว้พระ ส่วนบันไดด้านล่างๆ ยังมีพวกขายของที่ระลึกเล็กๆ น้อยๆ และเด็กน้อยชุดม้ง ที่แต่งตัวสวยมาให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปโดยได้ค่าจ้างนิดหน่อย ซึ่งเธอบอกว่าตามแต่จะให้ อ้อ...พูดภาษาอังกฤษกับนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วยนะ ไม่ธรรมดา ฉันเดินตามคนอื่นๆ ขึ้นไปบนวัด ระหว่างผ่านบันไดนาค ความคิดคำนึงถึงวันเก่าๆ ย้อนมา สมัยที่เคยขึ้นไปเยือนเมื่อหลายสิบปีก่อน บันไดพญานาคยิ่งเก่ากว่ามากนัก ค้นข้อมูลดูเห็นว่า สร้างเมื่อปี พ.ศ.2100 โดยพระมหาญาณมงคลโพธิ์ วัดอโศการาม เมืองลำพูน และได้พระครูบาศรีวิชัย ตนบุญแห่งล้านนา ร่วมกับชาวบ้านช่วยกันสร้างถนนขึ้นสู่วัด เพื่อให้คนขึ้นไปมนัสการพระธาตุได้สะดวกขึ้น ส่วนวัดพระธาตุดอยสุเทพฯ...จากแผ่นจารึกด้านบนวัดพระธาตุฯ ระบุว่า สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.1929 ในสมัยพระเจ้ากือนา แห่งราชวงศ์เม็งราย ซึ่งได้รับถวายพระบรมสารีริกธาตุ จากพระสุมนเถระ ที่ขุดได้จากเจดีย์ร้างเมืองศรีสัชนาลัย และพระองค์ทรงได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุองค์ใหญ่มาบรรจุไว้ที่นี่ หลังจากทรงอธิษฐานเสี่ยงช้างมงคล คราวก่อนที่ฉันได้ขึ้นไปกับเพื่อน เห็นยอดเจดีย์อยู่ระหว่างการซ่อมแซม แต่วันนี้เจดีย์สุกอร่าม ผู้คนขึ้นไปเยอะกว่ามาก บ้างกราบไหว้พระรูปต่างๆ บางส่วนก็เดินเวียนเทียนรอบองค์พระเจดีย์ ขณะที่บางส่วนมาเพื่อชมความสวยงาม เพราะมักจะพูดกันว่า ถ้าไปเชียงใหม่ แล้วไม่ได้ขึ้นไปที่วัดพระธาตุจะเหมือนไปไม่ถึงเชียงใหม่ วัดนี้เลยถูกบรรจุอยู่ในแพลนท่องเที่ยวไปด้วย เลยไม่แปลกใจที่จะเห็นกรุ๊ปทัวร์มาลง รถตู้มาจอดมากมาย และก็มีอีกอาชีพหนึ่งที่ทำรายได้ถึงบริเวณองค์พระเจดีย์ คือ รับจ้างถ่ายรูป กระจายอยู่ทั้ง 4 มุมขององค์พระธาตุ บริเวณรอบเจดีย์ มีพระพุทธรูปปางต่างๆ ประดิษฐานอยู่ นักท่องเที่ยวต่างยืนชม กราบไหว้พระ เดินเวียนเทียน เดินถ่ายรูป ดูขวักไขว่ แต่ขณะมององค์พระเจดีย์ กลับพบความสุกสกราว สงบนิ่ง เหมือนหลุดไปอีกโลกที่แสนสงบ ......................................... (ดอยสุเทพ : พระธาตุสุกสกาว : คอลัมน์ถิ่นไทยงาม)
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
Blog Archive
-
▼
2013
(246)
-
▼
January
(57)
- ไปเที่ยว-ไปดู-ไปรู้-ไปเล่น
- วงแหวนแห่งความลับ นวัตกรรมคุมกำเนิด ผู้หญิงมั่นใจไ...
- ลองของแพง LEXUS LS460L (ตอนที่2)
- ไฮโซรุ่นเล็กรุ่นเก๋าคับคั่งงานปาร์ตี้ มายแฟร์เลดี้
- NEW FOCUS EURO NCAP CRASH TEST
- มงคลรับตรุษจีน ช็อปปิ้งเฮงๆ รับปี งูเล็ก
- ดาวเลย ทุ่ง จักรวาล ดาวเรือง...!
- Mini greenhouse: Grows on you
- ท้าแดดร้อนแรง เบิกบานสดใสพร้อมเครื่องประดับ Pandora
- เดินช้า...ช้า บนภูกระดึง
- คืนข้ามปีที่เคปทาวน์
- ยึดอาชีพขายหนูนาย่างสร้างรายได้
- เซเลบคับคั่ง! ชิม เบอร์เกอร์ คิง เฟรนช์ ชิคเก้น เม...
- กระเป๋า 4 มิติ โดราเอมอน ทูตการ์ตูนแมวแห่งตำนาน
- 3 สุดยอดนวัตกรรม ลดหุ่น สลายไขมันแห่งปี
- Dining Twists @ Another Hound Café
- ประมวลอลังการงานหมั้นไฮโซ ‘พัชรี-โสฬส’
- สุดยอด! โลโม่ The Lomography Smartphone Film Scann...
- ดอยสุเทพ : พระธาตุสุกสกาว
- เดินช้า...ช้า บนภูกระดึง
- คืนข้ามปีที่เคปทาวน์
- ศรินญา มหาดำรงค์กุล ใช้ทุกนาทีให้คุ้มค่ากับโอกาสที...
- สตรีหมายเลข 1 สหรัฐโฉมใหม่ งัดชุดเก่า ร่วมงานฉลองปธน.
- อดีตเลขาฯอาเซียนกระตุ้นเตือนไทย วาระเร่งด่วนอยู่รอ...
- สารพัดปุ่มบนพวงมาลัย F1
- ท่องโลกด้วยกระเป๋าชาติอิตาลี หรูดีตามสไตล์ Bric’s ...
- ฉีกทุกสัมผัสความแรง อัลบา ออโต้ สปอร์ต ลิมิเต็ด อิ...
- ห้อง 2 สไตล์ Mood&Tone สร้างอารมณ์ของแต่งบ้าน
- เสิร์ฟเค้กมาม่อนสูตรเด็ดแดนฟิลิปปินส์ อร่อยง่ายราค...
- สง่างามดั่งจันทรา สุดยอดนาฬิกาสำหรับสตรีแห่งยุค
- นกกางเขนบ้าน
- ดอกไม้หวาน บนดอยสูง
- เคล็ดลับเที่ยว 900 ปี มหาศิลานคร
- นกกางเขนบ้าน
- ดอกไม้หวาน บนดอยสูง
- เคล็ดลับเที่ยว 900 ปี มหาศิลานคร
- ป่าฝนผืนนี้ มี ไว้เพื่อขาย!
- น้องปูเป้ สาวราชภัฏฯคว้านางสาวเชียงใหม่ 2556
- TOYOTA MOTOR SPORT GmbH การกลับมาของจอมโหด (ตอนที่2)
- FUN TO DRIVE BY TOYOTA GT86
- เลี้ยงจุลินทรีย์ เพื่อสุขภาพลำไส้ เพื่อชีวิตที่ดีย...
- ถอดรหัส 12 นักษัตร วันที่ 7-13 ม.ค. 2556 โดยซินแสโจ้
- ไซโกร่วมเปิดตำนานเรือนเวลาเขี้ยวปิศาจรับปี 2013
- โคตรกุ้ง ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ท่าน้ำแคราย
- อึ้ง!! สำรวจคนไทยร้อยละ 39 มีความสุขกับชีวิตน้อยลง
- ดิบ ดุ แต่ดูดี THE WAREHOUSE BANGKOK
- โอรีโอ แลนด์ ดินแดนความสุข ชวนเที่ยววันเด็กแห่งชาติ
- รับโพสต์ไม่สังฆกรรม ช่อง 3 จริง วิทยากรดัง รายการช...
- บรื๋อ! หนาว10 องศา ชมมหัศจรรย์ ดอกไพรีทรัม บานครั้...
- ย้อนเวลาสีขาว แต่งห้องกลิ่นอายยุโรป
- ประมวลภาพคนดังกับความอลังการ Grand Opening Samsung...
- ถอดรหัส 12 นักษัตร วันที่ 31 ธ.ค.2555 - 6 ม.ค.2556...
- เก่าแต่เก๋า บันทึกลุงหนวด ต่ออายุให้ปฏิทินค้างปี
- เพื่อนสนิทแสนรู้ใจ คู่ซี้ 2 เซเลบฯ วิสาขา หงสนันทน...
- รวมเรื่องสุดสยิว 10 อันดับแห่งปี 2555 (ตอนที่ 2)
- ตะลอนถิ่น สุดสะแนน ฟาร์ม จิม ทอมป์สัน วันลมหนาวมาเ...
- ไอ้เล็กตัวร้าย MAZDA MX-5 GT
-
▼
January
(57)
No comments:
Post a Comment