หากเอ่ยถึงแหล่งท่องเที่ยวที่คนไทยอยากไปสัมผัสอากาศหนาวๆ ทุ่งสนสวยๆ พระอาทิตย์ตกลับขอบฟ้า ในอันดับแรกๆ ต้องมี ภูกระดึง อย่างแน่นอน อะไรคือความประทับใจที่หลายๆ คนอยากไป จะไปครั้งแรกหรือหลายครั้งแล้วก็ตาม เราเดินทางไปขึ้นภูกระดึงครั้งนี้ ก็เป็นครั้งที่ 8 แล้ว นับจากครั้งแรกในการขึ้นภูกระดึงกับเพื่อนๆ เกือบสิบคน สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ไปสัมผัสความท้าทายในการเดินขึ้นเขาและเดินทางราบ แม้ในการไปในครั้งถัดๆ มาจนถึงครั้งล่าสุด จะเดินบนเส้นทางเดิม วิวเดิม และยังคงมีความทรงจำสวยงาม เกิดขึ้นอยู่เสมอ ครั้งนี้วางแผน นอนบนภูกระดึง สองคืน การเดินทาง หากไปรถประจำทางก็ลงที่ผานกเค้า แหล่งรวมพลคนที่ขึ้นภูกระดึงก็ว่าได้ แล้วต่อรถสองแถวไปอุทยานแห่งชาติภูกระดึง เพื่อเตรียมตัวขึ้นภูกระดึงกัน เมื่อถึงอุทยานเสียค่าบัตรเข้าอุทยาน ถ้าเอาเต็นท์ไปกางเองก็เสียค่ากางเต็นท์นิดหน่อย แล้วก็เตรียมตัวเดินขึ้นได้ คนที่ไม่อยากแบกสัมภาระเอง สามารถติดต่อให้ลูกหาบแบกไปให้ได้ ราคาล่าสุดอยู่ที่กิโลกรัมละ 30 บาท การเดินขึ้นเขาแบ่งเป็นสองช่วง ช่วงแรกเป็นการเดินจากเชิงเขาไปถึงสันเขา (หลังแป) ระยะทาง 5.5 กิโลเมตร และช่วงที่สอง เดินทางราบจากหลังแปไปที่พัก ระยะทาง 3.7 กิโลเมตร การเดินทางช่วงแรก เป็นการเดินที่ท้าทายกำลังใจเป็นอย่างมาก เพราะค่อยๆ ไต่ระดับความชัน เหนื่อย เหงื่อออก หิวน้ำ กันถ้วนหน้า มีเพิงขายเครื่องดื่ม อาหาร ของที่ระลึกเป็นระยะ ราคาจะเพิ่มขึ้นตามความสูง เสื้อผ้าแบบสบายๆ กับรองเท้าที่กระชับ จะง่ายต่อการเดิน เดินไป พักไป คุยกันไป จะได้อรรถรสในการขึ้นภูกระดึงในวันที่ขึ้นมีนักท่องเที่ยวตั้งแต่อายุ 5 ขวบ ไปจนถึง 70 ปี ก็มี เป็นการให้กำลังใจซึ่งกันและกัน สำหรับคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ จะเดินขึ้นแบบได้เรื่อยๆ ใช้เวลาขึ้นเขาราว 2-3 ชั่วโมง แต่ถ้าใครไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย อาจจะใช้เวลา 4-5 ชั่วโมง ถึงหลังแป จะพบกับป้าย “เราคือผู้พิชิตภูกระดึง” หลายคนพร้อมใจกันหยุดตรงนี้ ทั้งพักเหนื่อย และ "ถ่ายรูป" ร่วมกัน ก่อนจะเดินไปศูนย์บริการนักท่องเที่ยว (วังกวาง) อีก 3 กิโลเมตรกว่า แม้จะเป็นทางราบแต่ก็ใช้เวลาเป็นชั่วโมง เมื่อถึงจุดที่พัก นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อเข้าบ้านพักสำหรับคนที่จองมาเรียบร้อยแล้ว หรือจะติดต่อขอเช่าเต็นท์จากอุทยานก็ได้ พร้อมกับเครื่องนอน ใครที่จ้างลูกหาบแบกสัมภาระ ก็ต้องรอรับสัมภาระด้วย จากนั้น แต่จริงๆ ถ้าไปถึงเร็ว ก็เข้าที่พัก พักผ่อนเอาแรงสักหน่อยก่อนยังได้ เพราะกว่าสัมภาระจะมาก็บ่ายกว่า หรือใครแรงดี ก็ออกเดินสำรวจบริเวณที่พัก เช่น ร้านอาหาร ร้านค้าชุมชน ที่นี่อาหารและเครื่องดื่มแพงกว่าปกติ เพราะต้องใช้ลูกหาบขนของขึ้นมา เช่น ข้าวราดแกง 2 อย่างประมาณ 60-70 บาท น้ำดื่มขนาด 500 มิลลิลิตร ราคาประมาณ 35 บาท ตอนเย็น นักท่องเที่ยวจะเดินทางชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่ ผาหมากดูก ระยะทางประมาณ 2.2 กิโลเมตรจากที่พัก โดยควรจะออกจากที่พักประมาณสี่โมงครึ่ง เพื่อให้ไปทันพระอาทิตย์ตก หากไปถึงก่อนสามารถเดินชมทิวทัศน์ได้ รวมถึงเดินหามุมถ่ายรูป เช่น ยอดสนที่โน้มต่ำ กับพระอาทิตย์ยามลับขอบฟ้า และควรเตรียมเสื้อแขนยาวสำหรับกันหนาว กันลม และไฟฉายด้วย เนื่องจากเวลาเดินกลับจะมืดและอากาศเย็นลง เช้าวันรุ่งขึ้น นักท่องเที่ยวตื่นกันแต่เช้า โดยเจ้าหน้าที่อุทยานจะประกาศให้นักท่องเที่ยวมาพร้อมกันที่ศูนย์บริการเวลา 5 นาฬิกา เพื่อนำทางไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ ผานกแอ่น ระยะทางประมาณ 1.6 กิโลเมตร จังหวะดีจะมีทะเลหมอกให้ได้ชม พร้อมกับพระอาทิตย์ที่ค่อยๆ ขึ้นมาจากสันเขา วันนี้ เราออกเดินสำรวจธรรมชาติกัน มีเส้นทางยอดนิยมคือ เส้นทางชมน้ำตก เริ่มจากน้ำตกเพ็ญพบใหม่ น้ำตกโผนพบ น้ำตกเพ็ญพบ และน้ำตกถ้ำใหญ่ ถ้าเป็นช่วงหลังฤดูฝนเข้าฤดูหนาว จะมีน้ำค่อนข้างเยอะ แต่ก็จะมีทากน้อยๆ คอยกระดึบๆ มากินเลือดเรา หรือหากมาช่วงปลายเดือนธันวาคม น้ำตกจะมีน้ำน้อย แต่จะได้เห็นใบเมเปิลเป็นสีแดงเต็มต้น หรือร่วงหล่นบนพื้นดิน ก้อนหิน ลำธาร สวยมาก ทั้งที่น้ำตกเพ็ญพบใหม่ และน้ำตกถ้ำใหญ่ เส้นทางนี้อาจจะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง หลังจากนั้นจะเดินไปตามทุ่งสนเพื่อไปบรรจบที่ ผาหล่มสัก อันเป็นจุดสำคัญที่ทุกคนอยากไปสัมผัสความงดงามของชะง่อนหินที่ยื่นออกไป พร้อมกับกิ่งของต้นสนที่โน้มลงมา ให้นักท่องเที่ยวไปนั่งถ่ายรูปกัน สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินเส้นทางน้ำตกและไปยังผาหล่มสัก ควรเตรียมอาหารกลางวันและน้ำดื่มมาด้วย เผื่อหิวระหว่างทาง บริเวณผาหล่มสัก จะมีร้านอาหารและเครื่องดื่มไว้บริการ เวลาเดินมาถึงผาหล่มสัก ของโปรดอย่างหนึ่งคือ ส้มตำ รสชาติจัดจ้าน กระตุ้นร่างกาย ลดความเมื่อยล้าได้เป็นอย่างดี ร้านกาแฟแห่งแรกบนภูกระดึงก็อยู่ที่นี้ด้วย ใครซื้อกาแฟหนึ่งแก้ว จะได้โปสการ์ดงามๆ หนึ่งใบ หรือจะอุดหนุนร้านกาแฟของชาวบ้านก็ได้ บริเวณผาหล่มสัก ในวันที่มีนักท่องเที่ยวมาก อาจจะต้องเข้าแถวรอถ่ายรูปกันเลย จะรอชมอาทิตย์ตกที่ผาหล่มสัก หรือเลือกมาชมที่ผาหมากดูกที่อยู่ใกล้กว่าก็ได้ โดยใช้ เส้นทางเลียบผา ซึ่งจะผ่าน ผาแดง ผาเหยียบเมฆ ผานาน้อย ผาจำศีล และผาหมากดูก เส้นทางตามผาต่างๆ จะได้พบกับดอกไม้และต้นไม้แปลกตา เช่น กระดุมเงิน ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง เป็นต้น ชวนให้หยุดพักถ่ายรูปได้ตลอดเส้นทาง ปัจจุบันมีจักรยานให้นักท่องเที่ยวได้เช่าเพื่อขี่เที่ยวเส้นทางต่างๆ ได้ แต่เส้นทางเป็นดิน ทราย ขรุขะบ้าง ระยะทางโดยรวมของวันนี้ เส้นทางน้ำตกและเส้นทางหน้าผา ประมาณ 20 กิโลเมตร เหนื่อยกันขาลากเลย เส้นทางเวลากลับ จะได้ยินนักท่องเที่ยวคุยกันว่า เหนื่อย เมื่อย หมดแรง แต่น้ำเสียงมีความสุขและอยากกลับมาอีก ถึงที่พักมืดค่ำ คืนนี้บางคนอาจต้องพึ่งยาคลายกล้ามเนื้อกันเลยทีเดียว เช้าวันรุ่งขึ้น ถ้าไม่ไปชมพระอาทิตย์ขึ้น ก็เตรียมตัวแพ็กของลงจากภูกระดึงกัน ถ้าต้องการให้ลูกหาบแบกสัมภาระให้ ก็นำสัมภาระไปศูนย์บริการ เพื่อชั่งน้ำหนักและเก็บหางบัตรไว้เวลารับกระเป๋าที่เชิงเขา แล้วก็เดินกลับเส้นทางเดิมของวันแรก สู่ด้านล่างของเชิงเขา...ถ้าใครอยากเลี่ยงคนเยอะ ก็แนะนำให้ไปวันธรรมดาที่ไม่ใช่เทศกาล เมื่อขึ้นถึงภูกระดึงแล้ว นักท่องเที่ยวควรช่วยกันดูแลธรรมชาติ ไม่ทิ้งก้นบุหรี่ (เพราะอาจเกิดไฟไหม้) ไม่เด็ดดอกไม้ ไม่ทิ้งขยะระหว่างทาง และเก็บขยะลงมาทิ้งข้างล่างได้จะดีที่สุด ............................................................ การเตรียมตัว 1.ฟิตร่างกายก่อนมาภูกระดึง สำหรับคนที่ไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำ 2.เสื้อผ้าและสัมภาระ นำมาแต่พอดี จะได้ไม่ต้องเป็นภาระ 3.ยาประจำตัว หรือยาสามัญเบื้องต้น เช่น ยาแก้ปวด ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาดม ยาหม่อง 4.ลูกอม ขนมขบเคี้ยว นิดหน่อย สำหรับระหว่างการเดินทาง ............................................................. (เดินช้า...ช้า บนภูกระดึง : คอลัมน์ชวนเที่ยว : โดย...เรื่อง / ภาพ : adamfeelgood เดินช้าๆ ได้ใจงามๆ )
Tuesday, January 22, 2013
เดินช้า...ช้า บนภูกระดึง
เดินช้า...ช้า บนภูกระดึง
หากเอ่ยถึงแหล่งท่องเที่ยวที่คนไทยอยากไปสัมผัสอากาศหนาวๆ ทุ่งสนสวยๆ พระอาทิตย์ตกลับขอบฟ้า ในอันดับแรกๆ ต้องมี ภูกระดึง อย่างแน่นอน อะไรคือความประทับใจที่หลายๆ คนอยากไป จะไปครั้งแรกหรือหลายครั้งแล้วก็ตาม เราเดินทางไปขึ้นภูกระดึงครั้งนี้ ก็เป็นครั้งที่ 8 แล้ว นับจากครั้งแรกในการขึ้นภูกระดึงกับเพื่อนๆ เกือบสิบคน สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ไปสัมผัสความท้าทายในการเดินขึ้นเขาและเดินทางราบ แม้ในการไปในครั้งถัดๆ มาจนถึงครั้งล่าสุด จะเดินบนเส้นทางเดิม วิวเดิม และยังคงมีความทรงจำสวยงาม เกิดขึ้นอยู่เสมอ ครั้งนี้วางแผน นอนบนภูกระดึง สองคืน การเดินทาง หากไปรถประจำทางก็ลงที่ผานกเค้า แหล่งรวมพลคนที่ขึ้นภูกระดึงก็ว่าได้ แล้วต่อรถสองแถวไปอุทยานแห่งชาติภูกระดึง เพื่อเตรียมตัวขึ้นภูกระดึงกัน เมื่อถึงอุทยานเสียค่าบัตรเข้าอุทยาน ถ้าเอาเต็นท์ไปกางเองก็เสียค่ากางเต็นท์นิดหน่อย แล้วก็เตรียมตัวเดินขึ้นได้ คนที่ไม่อยากแบกสัมภาระเอง สามารถติดต่อให้ลูกหาบแบกไปให้ได้ ราคาล่าสุดอยู่ที่กิโลกรัมละ 30 บาท การเดินขึ้นเขาแบ่งเป็นสองช่วง ช่วงแรกเป็นการเดินจากเชิงเขาไปถึงสันเขา (หลังแป) ระยะทาง 5.5 กิโลเมตร และช่วงที่สอง เดินทางราบจากหลังแปไปที่พัก ระยะทาง 3.7 กิโลเมตร การเดินทางช่วงแรก เป็นการเดินที่ท้าทายกำลังใจเป็นอย่างมาก เพราะค่อยๆ ไต่ระดับความชัน เหนื่อย เหงื่อออก หิวน้ำ กันถ้วนหน้า มีเพิงขายเครื่องดื่ม อาหาร ของที่ระลึกเป็นระยะ ราคาจะเพิ่มขึ้นตามความสูง เสื้อผ้าแบบสบายๆ กับรองเท้าที่กระชับ จะง่ายต่อการเดิน เดินไป พักไป คุยกันไป จะได้อรรถรสในการขึ้นภูกระดึงในวันที่ขึ้นมีนักท่องเที่ยวตั้งแต่อายุ 5 ขวบ ไปจนถึง 70 ปี ก็มี เป็นการให้กำลังใจซึ่งกันและกัน สำหรับคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ จะเดินขึ้นแบบได้เรื่อยๆ ใช้เวลาขึ้นเขาราว 2-3 ชั่วโมง แต่ถ้าใครไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย อาจจะใช้เวลา 4-5 ชั่วโมง ถึงหลังแป จะพบกับป้าย “เราคือผู้พิชิตภูกระดึง” หลายคนพร้อมใจกันหยุดตรงนี้ ทั้งพักเหนื่อย และ "ถ่ายรูป" ร่วมกัน ก่อนจะเดินไปศูนย์บริการนักท่องเที่ยว (วังกวาง) อีก 3 กิโลเมตรกว่า แม้จะเป็นทางราบแต่ก็ใช้เวลาเป็นชั่วโมง เมื่อถึงจุดที่พัก นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อเข้าบ้านพักสำหรับคนที่จองมาเรียบร้อยแล้ว หรือจะติดต่อขอเช่าเต็นท์จากอุทยานก็ได้ พร้อมกับเครื่องนอน ใครที่จ้างลูกหาบแบกสัมภาระ ก็ต้องรอรับสัมภาระด้วย จากนั้น แต่จริงๆ ถ้าไปถึงเร็ว ก็เข้าที่พัก พักผ่อนเอาแรงสักหน่อยก่อนยังได้ เพราะกว่าสัมภาระจะมาก็บ่ายกว่า หรือใครแรงดี ก็ออกเดินสำรวจบริเวณที่พัก เช่น ร้านอาหาร ร้านค้าชุมชน ที่นี่อาหารและเครื่องดื่มแพงกว่าปกติ เพราะต้องใช้ลูกหาบขนของขึ้นมา เช่น ข้าวราดแกง 2 อย่างประมาณ 60-70 บาท น้ำดื่มขนาด 500 มิลลิลิตร ราคาประมาณ 35 บาท ตอนเย็น นักท่องเที่ยวจะเดินทางชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่ ผาหมากดูก ระยะทางประมาณ 2.2 กิโลเมตรจากที่พัก โดยควรจะออกจากที่พักประมาณสี่โมงครึ่ง เพื่อให้ไปทันพระอาทิตย์ตก หากไปถึงก่อนสามารถเดินชมทิวทัศน์ได้ รวมถึงเดินหามุมถ่ายรูป เช่น ยอดสนที่โน้มต่ำ กับพระอาทิตย์ยามลับขอบฟ้า และควรเตรียมเสื้อแขนยาวสำหรับกันหนาว กันลม และไฟฉายด้วย เนื่องจากเวลาเดินกลับจะมืดและอากาศเย็นลง เช้าวันรุ่งขึ้น นักท่องเที่ยวตื่นกันแต่เช้า โดยเจ้าหน้าที่อุทยานจะประกาศให้นักท่องเที่ยวมาพร้อมกันที่ศูนย์บริการเวลา 5 นาฬิกา เพื่อนำทางไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ ผานกแอ่น ระยะทางประมาณ 1.6 กิโลเมตร จังหวะดีจะมีทะเลหมอกให้ได้ชม พร้อมกับพระอาทิตย์ที่ค่อยๆ ขึ้นมาจากสันเขา วันนี้ เราออกเดินสำรวจธรรมชาติกัน มีเส้นทางยอดนิยมคือ เส้นทางชมน้ำตก เริ่มจากน้ำตกเพ็ญพบใหม่ น้ำตกโผนพบ น้ำตกเพ็ญพบ และน้ำตกถ้ำใหญ่ ถ้าเป็นช่วงหลังฤดูฝนเข้าฤดูหนาว จะมีน้ำค่อนข้างเยอะ แต่ก็จะมีทากน้อยๆ คอยกระดึบๆ มากินเลือดเรา หรือหากมาช่วงปลายเดือนธันวาคม น้ำตกจะมีน้ำน้อย แต่จะได้เห็นใบเมเปิลเป็นสีแดงเต็มต้น หรือร่วงหล่นบนพื้นดิน ก้อนหิน ลำธาร สวยมาก ทั้งที่น้ำตกเพ็ญพบใหม่ และน้ำตกถ้ำใหญ่ เส้นทางนี้อาจจะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง หลังจากนั้นจะเดินไปตามทุ่งสนเพื่อไปบรรจบที่ ผาหล่มสัก อันเป็นจุดสำคัญที่ทุกคนอยากไปสัมผัสความงดงามของชะง่อนหินที่ยื่นออกไป พร้อมกับกิ่งของต้นสนที่โน้มลงมา ให้นักท่องเที่ยวไปนั่งถ่ายรูปกัน สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินเส้นทางน้ำตกและไปยังผาหล่มสัก ควรเตรียมอาหารกลางวันและน้ำดื่มมาด้วย เผื่อหิวระหว่างทาง บริเวณผาหล่มสัก จะมีร้านอาหารและเครื่องดื่มไว้บริการ เวลาเดินมาถึงผาหล่มสัก ของโปรดอย่างหนึ่งคือ ส้มตำ รสชาติจัดจ้าน กระตุ้นร่างกาย ลดความเมื่อยล้าได้เป็นอย่างดี ร้านกาแฟแห่งแรกบนภูกระดึงก็อยู่ที่นี้ด้วย ใครซื้อกาแฟหนึ่งแก้ว จะได้โปสการ์ดงามๆ หนึ่งใบ หรือจะอุดหนุนร้านกาแฟของชาวบ้านก็ได้ บริเวณผาหล่มสัก ในวันที่มีนักท่องเที่ยวมาก อาจจะต้องเข้าแถวรอถ่ายรูปกันเลย จะรอชมอาทิตย์ตกที่ผาหล่มสัก หรือเลือกมาชมที่ผาหมากดูกที่อยู่ใกล้กว่าก็ได้ โดยใช้ เส้นทางเลียบผา ซึ่งจะผ่าน ผาแดง ผาเหยียบเมฆ ผานาน้อย ผาจำศีล และผาหมากดูก เส้นทางตามผาต่างๆ จะได้พบกับดอกไม้และต้นไม้แปลกตา เช่น กระดุมเงิน ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง เป็นต้น ชวนให้หยุดพักถ่ายรูปได้ตลอดเส้นทาง ปัจจุบันมีจักรยานให้นักท่องเที่ยวได้เช่าเพื่อขี่เที่ยวเส้นทางต่างๆ ได้ แต่เส้นทางเป็นดิน ทราย ขรุขะบ้าง ระยะทางโดยรวมของวันนี้ เส้นทางน้ำตกและเส้นทางหน้าผา ประมาณ 20 กิโลเมตร เหนื่อยกันขาลากเลย เส้นทางเวลากลับ จะได้ยินนักท่องเที่ยวคุยกันว่า เหนื่อย เมื่อย หมดแรง แต่น้ำเสียงมีความสุขและอยากกลับมาอีก ถึงที่พักมืดค่ำ คืนนี้บางคนอาจต้องพึ่งยาคลายกล้ามเนื้อกันเลยทีเดียว เช้าวันรุ่งขึ้น ถ้าไม่ไปชมพระอาทิตย์ขึ้น ก็เตรียมตัวแพ็กของลงจากภูกระดึงกัน ถ้าต้องการให้ลูกหาบแบกสัมภาระให้ ก็นำสัมภาระไปศูนย์บริการ เพื่อชั่งน้ำหนักและเก็บหางบัตรไว้เวลารับกระเป๋าที่เชิงเขา แล้วก็เดินกลับเส้นทางเดิมของวันแรก สู่ด้านล่างของเชิงเขา...ถ้าใครอยากเลี่ยงคนเยอะ ก็แนะนำให้ไปวันธรรมดาที่ไม่ใช่เทศกาล เมื่อขึ้นถึงภูกระดึงแล้ว นักท่องเที่ยวควรช่วยกันดูแลธรรมชาติ ไม่ทิ้งก้นบุหรี่ (เพราะอาจเกิดไฟไหม้) ไม่เด็ดดอกไม้ ไม่ทิ้งขยะระหว่างทาง และเก็บขยะลงมาทิ้งข้างล่างได้จะดีที่สุด ............................................................ การเตรียมตัว 1.ฟิตร่างกายก่อนมาภูกระดึง สำหรับคนที่ไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำ 2.เสื้อผ้าและสัมภาระ นำมาแต่พอดี จะได้ไม่ต้องเป็นภาระ 3.ยาประจำตัว หรือยาสามัญเบื้องต้น เช่น ยาแก้ปวด ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาดม ยาหม่อง 4.ลูกอม ขนมขบเคี้ยว นิดหน่อย สำหรับระหว่างการเดินทาง ............................................................. (เดินช้า...ช้า บนภูกระดึง : คอลัมน์ชวนเที่ยว : โดย...เรื่อง / ภาพ : adamfeelgood เดินช้าๆ ได้ใจงามๆ )
หากเอ่ยถึงแหล่งท่องเที่ยวที่คนไทยอยากไปสัมผัสอากาศหนาวๆ ทุ่งสนสวยๆ พระอาทิตย์ตกลับขอบฟ้า ในอันดับแรกๆ ต้องมี ภูกระดึง อย่างแน่นอน อะไรคือความประทับใจที่หลายๆ คนอยากไป จะไปครั้งแรกหรือหลายครั้งแล้วก็ตาม เราเดินทางไปขึ้นภูกระดึงครั้งนี้ ก็เป็นครั้งที่ 8 แล้ว นับจากครั้งแรกในการขึ้นภูกระดึงกับเพื่อนๆ เกือบสิบคน สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ไปสัมผัสความท้าทายในการเดินขึ้นเขาและเดินทางราบ แม้ในการไปในครั้งถัดๆ มาจนถึงครั้งล่าสุด จะเดินบนเส้นทางเดิม วิวเดิม และยังคงมีความทรงจำสวยงาม เกิดขึ้นอยู่เสมอ ครั้งนี้วางแผน นอนบนภูกระดึง สองคืน การเดินทาง หากไปรถประจำทางก็ลงที่ผานกเค้า แหล่งรวมพลคนที่ขึ้นภูกระดึงก็ว่าได้ แล้วต่อรถสองแถวไปอุทยานแห่งชาติภูกระดึง เพื่อเตรียมตัวขึ้นภูกระดึงกัน เมื่อถึงอุทยานเสียค่าบัตรเข้าอุทยาน ถ้าเอาเต็นท์ไปกางเองก็เสียค่ากางเต็นท์นิดหน่อย แล้วก็เตรียมตัวเดินขึ้นได้ คนที่ไม่อยากแบกสัมภาระเอง สามารถติดต่อให้ลูกหาบแบกไปให้ได้ ราคาล่าสุดอยู่ที่กิโลกรัมละ 30 บาท การเดินขึ้นเขาแบ่งเป็นสองช่วง ช่วงแรกเป็นการเดินจากเชิงเขาไปถึงสันเขา (หลังแป) ระยะทาง 5.5 กิโลเมตร และช่วงที่สอง เดินทางราบจากหลังแปไปที่พัก ระยะทาง 3.7 กิโลเมตร การเดินทางช่วงแรก เป็นการเดินที่ท้าทายกำลังใจเป็นอย่างมาก เพราะค่อยๆ ไต่ระดับความชัน เหนื่อย เหงื่อออก หิวน้ำ กันถ้วนหน้า มีเพิงขายเครื่องดื่ม อาหาร ของที่ระลึกเป็นระยะ ราคาจะเพิ่มขึ้นตามความสูง เสื้อผ้าแบบสบายๆ กับรองเท้าที่กระชับ จะง่ายต่อการเดิน เดินไป พักไป คุยกันไป จะได้อรรถรสในการขึ้นภูกระดึงในวันที่ขึ้นมีนักท่องเที่ยวตั้งแต่อายุ 5 ขวบ ไปจนถึง 70 ปี ก็มี เป็นการให้กำลังใจซึ่งกันและกัน สำหรับคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ จะเดินขึ้นแบบได้เรื่อยๆ ใช้เวลาขึ้นเขาราว 2-3 ชั่วโมง แต่ถ้าใครไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย อาจจะใช้เวลา 4-5 ชั่วโมง ถึงหลังแป จะพบกับป้าย “เราคือผู้พิชิตภูกระดึง” หลายคนพร้อมใจกันหยุดตรงนี้ ทั้งพักเหนื่อย และ "ถ่ายรูป" ร่วมกัน ก่อนจะเดินไปศูนย์บริการนักท่องเที่ยว (วังกวาง) อีก 3 กิโลเมตรกว่า แม้จะเป็นทางราบแต่ก็ใช้เวลาเป็นชั่วโมง เมื่อถึงจุดที่พัก นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อเข้าบ้านพักสำหรับคนที่จองมาเรียบร้อยแล้ว หรือจะติดต่อขอเช่าเต็นท์จากอุทยานก็ได้ พร้อมกับเครื่องนอน ใครที่จ้างลูกหาบแบกสัมภาระ ก็ต้องรอรับสัมภาระด้วย จากนั้น แต่จริงๆ ถ้าไปถึงเร็ว ก็เข้าที่พัก พักผ่อนเอาแรงสักหน่อยก่อนยังได้ เพราะกว่าสัมภาระจะมาก็บ่ายกว่า หรือใครแรงดี ก็ออกเดินสำรวจบริเวณที่พัก เช่น ร้านอาหาร ร้านค้าชุมชน ที่นี่อาหารและเครื่องดื่มแพงกว่าปกติ เพราะต้องใช้ลูกหาบขนของขึ้นมา เช่น ข้าวราดแกง 2 อย่างประมาณ 60-70 บาท น้ำดื่มขนาด 500 มิลลิลิตร ราคาประมาณ 35 บาท ตอนเย็น นักท่องเที่ยวจะเดินทางชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่ ผาหมากดูก ระยะทางประมาณ 2.2 กิโลเมตรจากที่พัก โดยควรจะออกจากที่พักประมาณสี่โมงครึ่ง เพื่อให้ไปทันพระอาทิตย์ตก หากไปถึงก่อนสามารถเดินชมทิวทัศน์ได้ รวมถึงเดินหามุมถ่ายรูป เช่น ยอดสนที่โน้มต่ำ กับพระอาทิตย์ยามลับขอบฟ้า และควรเตรียมเสื้อแขนยาวสำหรับกันหนาว กันลม และไฟฉายด้วย เนื่องจากเวลาเดินกลับจะมืดและอากาศเย็นลง เช้าวันรุ่งขึ้น นักท่องเที่ยวตื่นกันแต่เช้า โดยเจ้าหน้าที่อุทยานจะประกาศให้นักท่องเที่ยวมาพร้อมกันที่ศูนย์บริการเวลา 5 นาฬิกา เพื่อนำทางไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ ผานกแอ่น ระยะทางประมาณ 1.6 กิโลเมตร จังหวะดีจะมีทะเลหมอกให้ได้ชม พร้อมกับพระอาทิตย์ที่ค่อยๆ ขึ้นมาจากสันเขา วันนี้ เราออกเดินสำรวจธรรมชาติกัน มีเส้นทางยอดนิยมคือ เส้นทางชมน้ำตก เริ่มจากน้ำตกเพ็ญพบใหม่ น้ำตกโผนพบ น้ำตกเพ็ญพบ และน้ำตกถ้ำใหญ่ ถ้าเป็นช่วงหลังฤดูฝนเข้าฤดูหนาว จะมีน้ำค่อนข้างเยอะ แต่ก็จะมีทากน้อยๆ คอยกระดึบๆ มากินเลือดเรา หรือหากมาช่วงปลายเดือนธันวาคม น้ำตกจะมีน้ำน้อย แต่จะได้เห็นใบเมเปิลเป็นสีแดงเต็มต้น หรือร่วงหล่นบนพื้นดิน ก้อนหิน ลำธาร สวยมาก ทั้งที่น้ำตกเพ็ญพบใหม่ และน้ำตกถ้ำใหญ่ เส้นทางนี้อาจจะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง หลังจากนั้นจะเดินไปตามทุ่งสนเพื่อไปบรรจบที่ ผาหล่มสัก อันเป็นจุดสำคัญที่ทุกคนอยากไปสัมผัสความงดงามของชะง่อนหินที่ยื่นออกไป พร้อมกับกิ่งของต้นสนที่โน้มลงมา ให้นักท่องเที่ยวไปนั่งถ่ายรูปกัน สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินเส้นทางน้ำตกและไปยังผาหล่มสัก ควรเตรียมอาหารกลางวันและน้ำดื่มมาด้วย เผื่อหิวระหว่างทาง บริเวณผาหล่มสัก จะมีร้านอาหารและเครื่องดื่มไว้บริการ เวลาเดินมาถึงผาหล่มสัก ของโปรดอย่างหนึ่งคือ ส้มตำ รสชาติจัดจ้าน กระตุ้นร่างกาย ลดความเมื่อยล้าได้เป็นอย่างดี ร้านกาแฟแห่งแรกบนภูกระดึงก็อยู่ที่นี้ด้วย ใครซื้อกาแฟหนึ่งแก้ว จะได้โปสการ์ดงามๆ หนึ่งใบ หรือจะอุดหนุนร้านกาแฟของชาวบ้านก็ได้ บริเวณผาหล่มสัก ในวันที่มีนักท่องเที่ยวมาก อาจจะต้องเข้าแถวรอถ่ายรูปกันเลย จะรอชมอาทิตย์ตกที่ผาหล่มสัก หรือเลือกมาชมที่ผาหมากดูกที่อยู่ใกล้กว่าก็ได้ โดยใช้ เส้นทางเลียบผา ซึ่งจะผ่าน ผาแดง ผาเหยียบเมฆ ผานาน้อย ผาจำศีล และผาหมากดูก เส้นทางตามผาต่างๆ จะได้พบกับดอกไม้และต้นไม้แปลกตา เช่น กระดุมเงิน ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง เป็นต้น ชวนให้หยุดพักถ่ายรูปได้ตลอดเส้นทาง ปัจจุบันมีจักรยานให้นักท่องเที่ยวได้เช่าเพื่อขี่เที่ยวเส้นทางต่างๆ ได้ แต่เส้นทางเป็นดิน ทราย ขรุขะบ้าง ระยะทางโดยรวมของวันนี้ เส้นทางน้ำตกและเส้นทางหน้าผา ประมาณ 20 กิโลเมตร เหนื่อยกันขาลากเลย เส้นทางเวลากลับ จะได้ยินนักท่องเที่ยวคุยกันว่า เหนื่อย เมื่อย หมดแรง แต่น้ำเสียงมีความสุขและอยากกลับมาอีก ถึงที่พักมืดค่ำ คืนนี้บางคนอาจต้องพึ่งยาคลายกล้ามเนื้อกันเลยทีเดียว เช้าวันรุ่งขึ้น ถ้าไม่ไปชมพระอาทิตย์ขึ้น ก็เตรียมตัวแพ็กของลงจากภูกระดึงกัน ถ้าต้องการให้ลูกหาบแบกสัมภาระให้ ก็นำสัมภาระไปศูนย์บริการ เพื่อชั่งน้ำหนักและเก็บหางบัตรไว้เวลารับกระเป๋าที่เชิงเขา แล้วก็เดินกลับเส้นทางเดิมของวันแรก สู่ด้านล่างของเชิงเขา...ถ้าใครอยากเลี่ยงคนเยอะ ก็แนะนำให้ไปวันธรรมดาที่ไม่ใช่เทศกาล เมื่อขึ้นถึงภูกระดึงแล้ว นักท่องเที่ยวควรช่วยกันดูแลธรรมชาติ ไม่ทิ้งก้นบุหรี่ (เพราะอาจเกิดไฟไหม้) ไม่เด็ดดอกไม้ ไม่ทิ้งขยะระหว่างทาง และเก็บขยะลงมาทิ้งข้างล่างได้จะดีที่สุด ............................................................ การเตรียมตัว 1.ฟิตร่างกายก่อนมาภูกระดึง สำหรับคนที่ไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำ 2.เสื้อผ้าและสัมภาระ นำมาแต่พอดี จะได้ไม่ต้องเป็นภาระ 3.ยาประจำตัว หรือยาสามัญเบื้องต้น เช่น ยาแก้ปวด ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาดม ยาหม่อง 4.ลูกอม ขนมขบเคี้ยว นิดหน่อย สำหรับระหว่างการเดินทาง ............................................................. (เดินช้า...ช้า บนภูกระดึง : คอลัมน์ชวนเที่ยว : โดย...เรื่อง / ภาพ : adamfeelgood เดินช้าๆ ได้ใจงามๆ )
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
Blog Archive
-
▼
2013
(246)
-
▼
January
(57)
- ไปเที่ยว-ไปดู-ไปรู้-ไปเล่น
- วงแหวนแห่งความลับ นวัตกรรมคุมกำเนิด ผู้หญิงมั่นใจไ...
- ลองของแพง LEXUS LS460L (ตอนที่2)
- ไฮโซรุ่นเล็กรุ่นเก๋าคับคั่งงานปาร์ตี้ มายแฟร์เลดี้
- NEW FOCUS EURO NCAP CRASH TEST
- มงคลรับตรุษจีน ช็อปปิ้งเฮงๆ รับปี งูเล็ก
- ดาวเลย ทุ่ง จักรวาล ดาวเรือง...!
- Mini greenhouse: Grows on you
- ท้าแดดร้อนแรง เบิกบานสดใสพร้อมเครื่องประดับ Pandora
- เดินช้า...ช้า บนภูกระดึง
- คืนข้ามปีที่เคปทาวน์
- ยึดอาชีพขายหนูนาย่างสร้างรายได้
- เซเลบคับคั่ง! ชิม เบอร์เกอร์ คิง เฟรนช์ ชิคเก้น เม...
- กระเป๋า 4 มิติ โดราเอมอน ทูตการ์ตูนแมวแห่งตำนาน
- 3 สุดยอดนวัตกรรม ลดหุ่น สลายไขมันแห่งปี
- Dining Twists @ Another Hound Café
- ประมวลอลังการงานหมั้นไฮโซ ‘พัชรี-โสฬส’
- สุดยอด! โลโม่ The Lomography Smartphone Film Scann...
- ดอยสุเทพ : พระธาตุสุกสกาว
- เดินช้า...ช้า บนภูกระดึง
- คืนข้ามปีที่เคปทาวน์
- ศรินญา มหาดำรงค์กุล ใช้ทุกนาทีให้คุ้มค่ากับโอกาสที...
- สตรีหมายเลข 1 สหรัฐโฉมใหม่ งัดชุดเก่า ร่วมงานฉลองปธน.
- อดีตเลขาฯอาเซียนกระตุ้นเตือนไทย วาระเร่งด่วนอยู่รอ...
- สารพัดปุ่มบนพวงมาลัย F1
- ท่องโลกด้วยกระเป๋าชาติอิตาลี หรูดีตามสไตล์ Bric’s ...
- ฉีกทุกสัมผัสความแรง อัลบา ออโต้ สปอร์ต ลิมิเต็ด อิ...
- ห้อง 2 สไตล์ Mood&Tone สร้างอารมณ์ของแต่งบ้าน
- เสิร์ฟเค้กมาม่อนสูตรเด็ดแดนฟิลิปปินส์ อร่อยง่ายราค...
- สง่างามดั่งจันทรา สุดยอดนาฬิกาสำหรับสตรีแห่งยุค
- นกกางเขนบ้าน
- ดอกไม้หวาน บนดอยสูง
- เคล็ดลับเที่ยว 900 ปี มหาศิลานคร
- นกกางเขนบ้าน
- ดอกไม้หวาน บนดอยสูง
- เคล็ดลับเที่ยว 900 ปี มหาศิลานคร
- ป่าฝนผืนนี้ มี ไว้เพื่อขาย!
- น้องปูเป้ สาวราชภัฏฯคว้านางสาวเชียงใหม่ 2556
- TOYOTA MOTOR SPORT GmbH การกลับมาของจอมโหด (ตอนที่2)
- FUN TO DRIVE BY TOYOTA GT86
- เลี้ยงจุลินทรีย์ เพื่อสุขภาพลำไส้ เพื่อชีวิตที่ดีย...
- ถอดรหัส 12 นักษัตร วันที่ 7-13 ม.ค. 2556 โดยซินแสโจ้
- ไซโกร่วมเปิดตำนานเรือนเวลาเขี้ยวปิศาจรับปี 2013
- โคตรกุ้ง ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ท่าน้ำแคราย
- อึ้ง!! สำรวจคนไทยร้อยละ 39 มีความสุขกับชีวิตน้อยลง
- ดิบ ดุ แต่ดูดี THE WAREHOUSE BANGKOK
- โอรีโอ แลนด์ ดินแดนความสุข ชวนเที่ยววันเด็กแห่งชาติ
- รับโพสต์ไม่สังฆกรรม ช่อง 3 จริง วิทยากรดัง รายการช...
- บรื๋อ! หนาว10 องศา ชมมหัศจรรย์ ดอกไพรีทรัม บานครั้...
- ย้อนเวลาสีขาว แต่งห้องกลิ่นอายยุโรป
- ประมวลภาพคนดังกับความอลังการ Grand Opening Samsung...
- ถอดรหัส 12 นักษัตร วันที่ 31 ธ.ค.2555 - 6 ม.ค.2556...
- เก่าแต่เก๋า บันทึกลุงหนวด ต่ออายุให้ปฏิทินค้างปี
- เพื่อนสนิทแสนรู้ใจ คู่ซี้ 2 เซเลบฯ วิสาขา หงสนันทน...
- รวมเรื่องสุดสยิว 10 อันดับแห่งปี 2555 (ตอนที่ 2)
- ตะลอนถิ่น สุดสะแนน ฟาร์ม จิม ทอมป์สัน วันลมหนาวมาเ...
- ไอ้เล็กตัวร้าย MAZDA MX-5 GT
-
▼
January
(57)
No comments:
Post a Comment